หน้าหลัก
กระดานข่าว
เช็คเมลล์
เกี่ยวกับเรา
ติดต่อเรา
ผู้ดูแลระบบ
 

ตรวจเช็คค่าไอพี

  • ตรวจเช็คค่าไอพี

    สำนักงานใหญ่
  • สำนักงานใหญ่

    บริษัทในเครืออันเจริญ
  • บริษัทในเครืออันเจริญ

    แหล่งข้อมูลรถ
  • แหล่งข้อมูลรถ


  • ผู้เข้าชม : 73,163 ท่าน
    ผู้ใช้งาน : 1 ท่าน
  • 38.107.179.231
  • บริษัท อันเจริญลิสซิ่ง จำกัด


    การจัดไฟแนนซ์ หรือการเช่าซื้อเป็นสิ่งที่มีมานานแล้ว โดยจะใช้กับทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้าน รถยนต์ เป็นต้น

    ในปัจจุบันนี้มีบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการเช่าซื้อประเภทนี้เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ หรือสถาบันการเงินต่าง ๆ

    การจัดไฟแนนซ์เช่าซื้อรถยนต์มีอยู่ 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ
    1. การเช่าซื้อรถยนต์ใหม่จากตัวแทนจำหน่ายโดยตรง
    2. การเช่าซื้อรถยนต์ใช้แล้ว หรือที่เรียกว่ารถมือสอง

    สำหรับการซื้อรถยนต์ใหม่จากตัวแทนจำหน่ายทั่วไปแล้ว ทางตัวแทนจำหน่ายจะเป็นผู้จัดหาบริษัทรับเช่าซื้อให้แก่ลูกค้าที่ต้องการจะซื้อรถอยู่แล้ว และถ้าเป็นการซื้อรถมือสอง ผู้ซื้ออาจจะต้องติดต่อกับทางบริษัทที่รับจัดไฟแนนซ์เอง หรืออาจจะขอให้ทางเต๊นท์ที่ขายรถยนต์ทั่วไปจัดการจัดไฟแนนซ์ให้ ซึ่งก็อาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เพื่อความสะดวก

    ขั้นตอนในการจัดไฟแนนซ์รถยนต์
    ติดต่อผู้ขายรถยนต์ และบริษัทที่รับจัดไฟแนนซ์ ทางบริษัทที่รับจัดไฟแนนซ์ จะมีพนักงานตลาดทำรายละเอียดเกี่ยวกับผู้เช่าซื้อ เพื่อจัดส่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเครดิต หรือเช็กเกอร์ของบริษัทไฟแนนซ์ตรวจสอบ ทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเครดิตจะส่งให้ทางบริษัทพิจารณาอนุมัติ เมื่อผลการพิจารณาว่าเครดิตผ่านแล้ว ทางบริษัทก็จะอนุมัติให้ผู้ซื้อ สามารถเช่าซื้อรถยนต์ได้ ซึ่งขั้นตอนต่าง ๆ เหล่านี้ใช้เวลาประมาณไม่เกิน 7 วัน

    เอกสารที่จำเป็นต้องใช้ในการเช่าซื้อ
  • บัตรประจำตัวประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้านของผู้เช่าซื้อ
  • เอกสารจากผู้ค้ำประกัน หนังสือค้ำประกัน
  • สัญญาเช่าซื้อ เอกสารประกอบสัญญาเช่าซื้อ ในการเช่าซื้อรถนั้น ในบางครั้งเมื่อผู้เช่าซื้อไม่สามารถชำระเงินค่างวดตามกำหนดสัญญาได้ ทางบริษัทอาจจะส่งเจ้าหน้าที่ หรือเอกสารมาเพื่อเตือนการชำระเงินค่างวด และถ้าหากยังไม่ชำระตามที่บริษัทได้แจ้ง ก็อาจจะมีการส่งเจ้าหน้าที่มาทำการยึดรถ ซึ่งนอกจากกรณีนี้แล้วทางบริษัทไฟแนนซ์อาจจะทารยึดรถได้ในกรณีต่อไปนี้
  • ขายรถยนต์ไปโดยมิแจ้งให้แก่บริษัทไฟแนนซ์ทราบ และมีการค้างค่างวดไว้
  • ผู้ค้ำประกันมีการติดต่อขอถอนค้ำประกัน
  • ผู้เช่าซื้อมีการย้ายภูมิลำเนาโดยมิได้แจ้งให้บริษัทไฟแนนซ์ทราบ

  • ขอขอบคุณแหล่งที่มา : deeteesood.com


    การประกันภัย คือ การทำสัญญา ที่ผู้เอาประกันภัย โอนการเสี่ยงภัยของตน ไปยังผู้รับประกันภัย โดยที่ผู้เอาประกันจ่ายประโยชน์ตอบแทนให้ผู้รับประกันภัย เรียกว่า เบี้ยประกัน และเมื่อเกิดเหตุหรือภัยต่าง ๆ ตามที่ระบุไว้ในสัญญา ผู้รับประกันก็จะจ่ายสินไหมทดแทน หรือเงินผู้เอาประกันภัย เป็นการทดแทนความเสียหายที่ผู้เอาประกันภัยได้รับ

    การประกันภัยรถยนต์ก็คือ การประกันความเสียหายอันเกิดจากการใช้รถยนต์ ซึ่งได้แก่
  • ความสูญเสีย หรือความเสียหายต่อรถยนต์
  • ความเสียหายที่รถยนต์ได้ก่อให้เกิดขึ้นแก่บุคคลภายนอก ไม่วาจะเป็นความบาดเจ็บทางร่างกาย และความเสียหายของทรัพย์สิน รวมทั้งบุคคลที่โดยสารอยู่ในรถ หรือกำลังขึ้น หรือลงจากรถยนต์ที่ได้ทำประกันเอาไว้

    คุ้มครองอย่างไร

    การทำประกันภัยรถยนต์ กับบริษัทประกันภัย จะมีลักษณะของการคุ้มครองอยู่ 3 ประเภท
    1. ความคุ้มครองความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก หรือการคุ้มครองประเภท 3
  • การทำประกันภัยประเภทนี้ให้ความคุ้มครองต่อกรณีเหล่านี้
  • ความบาดเจ็บพร้อมมรณะของบุคคลภายนอก ความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
  • ค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีแพ่ง
  • 2. ความคุ้มครองรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก และความเสียหายหรือสูญหายต่อตัวรถยนต์จากภัยทุกชนิด ยกเว้นการชน หรือคว่ำ ประกันภัยแบบนี้คือการคุ้มครองประเภท 2 ประกันภัยประเภทนี้ให้ความคุ้มครองต่อกรณีเหล่านี้
  • ความบาดเจ็บพร้อมมรณะของบุคคลภายนอก
  • ความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
  • ค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีแพ่ง
  • ความเสียหาย หรือสูญหายของตัวรถยนต์ที่เอาประกันจากภัยทุกชนิด เช่น รถยนต์ถูกโจรกรรม การจลาจล การนัดหยุดงาน การก่อการร้าย การกระทำมุ่งร้าย ไฟไหม้ ระเบิด และภัยจากธรรมชาติ ยกเว้น การชน หรอคว่ำ การลักทรัพย์โดยลูกจ้าง การลักทรัพย์ส่วนควบ หรืออุปกรณ์
  • 3. ความคุ้มครองรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก และความเสียหาย หรือสูญหายต่อตัวรถยนต์จากภัยทุกชนิด ได้แก่ การชนหรือคว่ำ การถูกโจรกรรม การจลาจล การนัดหยุดงาน การก่อการร้าย การกระทำมุ่งร้าย ไฟไหม้ ระเบิด และภัยจากธรรมชาติ ยกเว้น การชน หรอคว่ำ การลักทรัพย์โดยลูกจ้าง การลักทรัพย์ส่วนควบ หรืออุปกรณ์

    ประกันภัยรถมีกี่ประเภท
    การประกันภัยรถยนต์ในบ้านเรานั้นแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

    1. การประกันภัยตามภาคบังคับของกฎหมาย พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 หรือที่เราเรียกว่า พ.ร.บ. ประกันภัยบุคคลที่ 3 กฎหมายฉบับนี้ทำให้เจ้าของรถทุกคันต้องทำประกันภัยเพื่อคุ้มครองผู้ประสบภัยตามที่กฎหมายระบุไว้
    2.การทำประกันภัยรถยนต์อีกประเภทหนึ่งที่ทำตามความสมัครใจของเจ้าของรถ โดยการทำประกันภัยแบบนี้ตจะแบ่งเป็นประเภทใหญ่ ๆ 2 ประเภท คือ
  • ประกันภัยประเภท 1 บริษัทจะให้ความคุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นตัวรถยนต์ หรืออุปกรณติดประจำรถ รวมถึงความเสียหายต่อชีวิต และทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
  • ประกันภัยประเภท 3 บริษัทจะให้ความคุ้มครองเฉพาะความเสียหายต่อชีวิต และทรัพย์สินของบุคคลภายนอกเท่านั้น ส่วนตัวรถคันที่เอาประกันภัยผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบเอง


  • กรณีที่ประกันมีสิทธิ์ปฏิเสธความรับผิดชอบ

  • เมื่อผู้ขับขี่ขณะเกิดเหตุไม่มีใบอนุญาตขับขี่ หรือมี แต่ว่าใบอนุญาตหมดอายุเกิน 180 วัน หรือถูกตัดสิทธิ์ตามกฎหมาย
  • ผู้ขับขี่ขณะเกิดเหตุอยู่ภายใต้ฤทธิ์สุรายาเมาถึงขนาดไม่สามารถควบคุมรถยนต์ได้
  • ผู้ขับขี่มีความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เช่นขับรถฝ่าสัญญาณไฟแดง
  • ผู้ขับขี่ใช้รถนอกอาณาเขตที่คุ้มครอง
  • เมื่อผู้ขับขี่ใช้รถไปในทางที่ผิดกฎหมาย
  • ผู้ขับขี่ใช้รถในการแข่งขัน หรือทดลองความทนทาน หรือความเร็วทางกำลัง
  • ผู้ขับขี่ใช้รถในการลากจูง หรือผลักดัน เว้นแต่รถที่ถูกลางจูง หรือถูกผลักดันได้ทำประกันภัยไว้กับบริษัทด้วย
  • การใช้รถโดยบุคคลของอู่ เมื่อรถยนต์ได้ถูกส่งมอบให้อู่ทำการซ่อม เว้นแต่การซ่อมนั้น บริษัทเป็นผู้สั่ง หรือการยินยอม

    ข้อควรระวัง

    เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขรถยนต์คันเอาประกันภัย เช่น เปลี่ยนแปลงเครื่องยนต์ เปลี่ยนหมายเลขทะเบียน หรือมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขใด ๆ ที่ทำให้สภาพของรถยนต์เปลี่ยนลักษณะไป ผู้เอาประกันภัยจะต้องแจ้งบริษัทรับทราบเป็นลายลักษณ์อักษรทันที ผู้เอาประกันภัยจะต้องไม่ไปตกลงยินยอมเสนอ หรือให้สัญญาว่าจะชดใช้ค่าเสียหายให้แก่บุคคลใด โดยไม่ได้รับความยินยอมจากบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษรโดยเด็ดขาด เลือกประกันภัยอย่างไรดี

  • ความรับผิดชอบต่อความบาดเจ็บ เราไม่มีทางรู้ว่าหากเผอิญขับรถไปชนคนตาย เราจะรับผิดชอบถึงแค่ไหน จำนวนเงินเอาประกันภัยต้องให้สูง ไม่ใช่ 5,000 บาท หรือ 10,000 บาทต่อคน เพราะว่าเงินจำนวนขนาดนี้เจ้าของรถสามารถรับผิดชอบเองได้
  • ความรับผิดชอบต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก จำนวนเงินเอาประกันภัยต้องสูงไว้เหมือนกัน สมัยนี้รถยนต์ส่วนใหญ่จะมีราคาเกิน 500,000 บาทขึ้นไป
  • ความเสียหายต่อรถยนต์เนื่องจากไฟไหม้ หรือลักทรัพย์ ภัย 2 อย่างนี้จะทำให้รถยนต์เสียหายเต็มราคารถได้
  • ความเสียหายต่อรถยนต์เนื่องจากการชน ความคุ้มครองอันนี้เบี้ยประกันภัยค่อนข้างสูง หากเราขับเองและใช้ความระมัดระวัง เราจะประหยัดได้ โดยซื้อแบบที่เรายอมรับผิดส่วนแรกของความเสียหายเป็นเงินจำนวนหนึ่ง การประกันภัยแบบนี้ทำให้มีโอกาสได้รับส่วนลดสำหรับการเรียกร้องค่าเสียหายดีขึ้น

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : deeteesood.com


    เว็บที่น่าสนใจ
  • ตรวจฉลากกินแบ่ง
  • ตลาดหลักทรัพย์
  • อัตราแลกเปลี่ยน
  • ไทยรัฐ
  • เดลินิวส์
  • อ.ส.ม.ท.
  • ฐานเศรษฐกิจ
  • เดอะเนชั่น
  • ข่าวสหรัฐ
  • บางกอกโพสต์
  • ARIP
  • ITTradefair
  • แนะนำเว็บเพื่อการศึกษา
  • กระทรวงศึกษาธิการ
  • ทบวงมหาวิทยาลัย
  • School.net
  • Nectec.or.th
  • กองทุนกู้ยืม
  • Entrance.co.th
  • Networkingsquare
  • Thaienvironment.net
  • อนุรักษ์ไทย.com
  • ดนตรีไทย.com
  • ธรรมะไทยแลนด์
  • English_Practice
  • TOEFL| GMAT| GRE
  • หลักสูตรทั่วโลก(WLH)
  • ศูนย์สอบ Online
  • ศัพท์ภาษาอังกฤษ (ศัพท์ยาก)
  • ความรู้ทั่วไป ชุดประเทศไทย
  • ความรู้ทั่วไป ชุดนีย์ทั่วโลก
  • ความรู้ทั่วไป ชุดศิริรุ่ง
  • ศัพท์ภาษาอังกฤษ ระดับต้น
  • การจัดการระบบปฎิบัติการ คอมพิวเตอร์
  • วิทยุสมัครเล่น
  • เกมมหาเศรษฐีรุ่น 1
  • เกมมหาเศรษฐีรุ่น 2000
  • เกมตอบคำถาม3.Javascript
  • เกมมหาเศรษฐีรุ่น 2001
  •  
    ANCHAROEN LEASING CO., LTD.   Copyright © 2005 - 2006. All right reserved. Developed by citcSoft.com